วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ลักษณของภาวะโลกร้อน

 ในอากาศจะมีแก๊สต่างๆ มากมาย ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ำ ฝุ่นละออง และแก๊สอื่นๆ เช่น แก๊สมีเทน ไนตรัสออกไซด์  คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน คาร์บอนเตตระคลอไรด์คาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นต้น แก๊สเหล่านี้จะอยู่ในบริเวณจำกัดหรืออยู่ในตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดบนพื้นผิวโลก ส่วนที่อยู่เหนือขึ้นไปเราเรียกว่าบรรยากาศ (atomosphere)  จะเป็นมวลของอากาศที่ห่อหุ้มโลก ซึ่งในชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก ที่เรียกว่าชั้นสตราโตสเฟียร์ ที่ความสูง 20-25 กิโลเมตร ประกอบด้วยแก๊สต่างๆ หลายชนิด โดยเฉพาะแก๊สโอโซน (O3) ที่มีความหนาแน่นมากที่สุด และเมื่อใดที่โอโซนในชั้นบรรยากาศลดลง จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก เพราะโอโซนจะทำหน้าที่ดูดซึมแสงหรือรังสีอุลตราไวโอเลต (ที่มาจากดวงอาทิตย์)ชนิดที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตไว้ให้เบาบางลง และยังทำให้เกิดการถ่ายเท ควบคุม ความร้อนให้อยู่ในสภาวะสมดุลและเหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตบนโลกด้วย
  แก๊สต่างๆ ที่อยู่ในอากาศเมื่อมีการรวมตัวกัน จะทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังพื้นผิวโลกให้มีอุณหภูมิที่พอเหมาะและมีความอบอุ่นในการดำรงชีพของมนุษย์ได้ ซึ่งเราเรียกว่า กรีนเฮาส์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effects) หรือ "เรือนกระจก" เพราะทำหน้าที่คล้ายกระจกในเรือนกระจกนั่นเอง แต่ปัจจุบันแก๊สที่เป็นเกราะกำบังนี้มีมากขึ้นกว่าระดับ มาตรฐาน ทั้งยังมีความหนาแน่นมากขึ้น และขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อลอยไปยังชั้นบรรยากาศของโลก จะไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลกจนโหว่เป็นช่องใหญ่ ที่เรียกว่า รูโหว่ของโอโซน ผลที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของโลก (climatic change) มีผลทำให้โลกร้อนขึ้น(global warming) ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น(sea level rising) และปริมาณโอโซนลดลง(ozone depletion) แก๊สเรือนกระจกที่สำคัญ 6 ชนิด ได้แก่ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แก๊สมีเทน (CH4)แก๊สไนตรัสออกไซด์ (N2O) แก๊สไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอน (HFCS) แก๊สคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (CFCS)และแก๊สซัลเฟอร์เฮกซ่าฟลูโอโรด์ (SF6)
 ทั้งนี้แก๊สที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้นมาจากปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศโลกมากที่สุด และนับวันจะมีปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาและวิจัยในเรื่องบรรยากาศในปัจจุบัน พบว่าการสะสมตัวของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ใน 60 ปีข้างหน้าจะทำให้อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นระหว่าง 1.5-4.5 องศาเซลเซียสซึ่งมีมากที่สุด และมีการประมาณการกันว่าในแต่ละช่วง ทศวรรษ โลกจะร้อนขึ้นประมาณ 0.2-0.5 องศาเซลเซียส


อ้างอิง http://www.greentheearth.info/

ไม่มีความคิดเห็น: